KhonKaen She Can

พลังสตรีขอนแก่น รากฐานแห่งชุมชน สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

← ย้อนกลับ

การดำเนินงานไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง

✍️ ผู้เขียน: ว่าที่ร้อยตรีธีรพล ไชยคำ นักวิชาการพัฒนาชุมชน | 📅 เผยแพร่เมื่อ: 18/05/2026
ภาพประกอบ

วันนี้จะมาบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมา ปัญหาที่พบเจอ แนวทางการแก้ไข และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการดำเนินงานไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง ซึ่งวันนี้คุยกันตรงที่มาตรา 20 ตรี ก่อนนะครับ เพราะวันนี้ทีมงานสตรีเรามาศาลกัน ไม่ได้ลงพื้นที่ไกล่เกลี่ยกับ สนง.ยุติธรรมจังหวัด เอาล่ะ เรามาฟังสิ่งที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานจริงกันสักหน่อยครับ

บริบทและปัญหา

กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของผู้หญิงไทยทั่วประเทศ โดยสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนให้กลุ่มสตรีนำไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตในระดับชุมชน

อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินงานจริง กลุ่มสตรีบางแห่งประสบปัญหา “หนี้ค้างชำระ” หรือ “หนี้เกินกำหนดชำระ” อันเกิดจากภาวะเศรษฐกิจ การขาดความเข้าใจในระบบบริหารกองทุน หรือการเปลี่ยนแปลงภายในกลุ่ม เช่น การย้ายถิ่นฐาน การหยุดกิจกรรม หรือความขัดแย้งภายใน ส่งผลให้การติดตามหนี้ด้วยกระบวนการปกติทำได้ยาก และหากนำเข้าสู่กระบวนการศาลย่อมสร้างภาระและความขัดแย้งเพิ่มขึ้นในชุมชน

จึงเกิดแนวทางในการใช้เครื่องมือในการบริหารจัดการหนี้ของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีที่สอดคล้องกับ พระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562 และ มาตรา 20 ตรี แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง คือ “การไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง” เพื่อคืนความร่วมมือและรักษาสัมพันธภาพของสมาชิกในชุมชนอย่างสันติ

“เมื่อใครอีกคนรับชำระ — ขอบเขตการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องกับการโอนหนี้”

ปัญหาที่พบและความสำคัญ: ในเวทีไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่อนฟ้องของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี มักพบกรณีที่บุคคลภายนอก (เช่น สามี ญาติ หรือบุคคลรับผิดชอบทางการเงิน) เข้ามาช่วยชำระหนี้แทนสมาชิกที่เป็นผู้กู้เดิม ในหลายครั้งการช่วยชำระทำให้เรื่องยุติได้ แต่ในบางกรณีผู้รับชำระอ้างว่า “จะรับเป็นลูกหนี้แทน” (รับช่วงหนี้) และต้องการให้ข้อความนี้บันทึกไว้ในบันทึกการไกล่เกลี่ย

คำถามสำคัญคือ บันทึกการไกล่เกลี่ยเพียงฉบับเดียวในกระบวนการก่อนฟ้อง สามารถทำให้คนนอกกลายเป็นลูกหนี้แทนลูกหนี้เดิมได้หรือไม่? คำตอบมีผลต่อความชัดเจนทางกฎหมายและความเสี่ยงของกองทุนอย่างมาก และคำตอบทางกฎหมายก็ชัดเจนว่ามีข้อจำกัด (และเหตุผล) ตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง

กรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

กล่าวโดยสรุป

กรณี “คนนอกรับชำระ/รับเป็นลูกหนี้แทน” พอกลายเป็นข้อพิพาทเชิงนิติกรรม จะไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการใส่ข้อความในบันทึกการไกล่เกลี่ยเพียงอย่างเดียว หากต้องการให้ผลทางกฎหมายที่ชัดเจนและปลอดภัย ต้องจัดทำ ‘สัญญาโอนหนี้/รับช่วงหนี้’ เป็นหนังสือแยก โดยมีความยินยอมของเจ้าหนี้ ลูกหนี้เดิม และลูกหนี้ใหม่ตามบทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และแนบเอกสารดังกล่าวไว้ในบันทึกการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องตามกรอบของ พ.ร.บ.การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ.2562 และมาตรา 20 ตรี แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เพื่อให้กระบวนการชัดเจน ถูกต้อง และบังคับใช้ได้จริงในภายหลัง